หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธรรมชาติของกราฟ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธรรมชาติของกราฟ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคาร, สิงหาคม 27, 2562

องค์ประกอบของกราฟ ฉบับ พรานล่าหุ้น


องค์ประกอบของกราฟ ประกอบไปด้วยส่วนต่างๆดังนี้
  1. ราคาเปิด และ ราคาปิด
  2. แนวรับ และ แนวต้าน
  3. Volume ซื้อและขาย
  4. เอากราฟแท่งเทียน มาต่อเป็น Pattern ต่างๆ

ภาพอธิบายราคาเปิดปิดของกราฟแท่งเทียน





                                                                                                 
 ภาพจาก webside  https://aommoney.com/stories/daddytrader/10-รูปแบบแท่งเทียนที่ควรค่าแก่การจดจำ/11950#jzt0sdsr8

แท่งเทียนเปิดปิดเขียงและแดงเต็มแท่ง
เขียนคลื่นในรูป Elliott wave ใน 1 แท่งเทียน


ใส่แนวรับและแนวต้าน บวก volume ซื้อและขายเพื่อให้ครบองค์ประกอบ

  • volume จะเป็นตัวบอกปริมารการซื้อและขาย และความยาวของแท่งเทียน
  • ราคาเปิดสูงปิดต่ำ แท่งเทียนจะเป็นสีแดงราคาวิ่งจากบนลงล่าง
  • ราคาเปิดต่ำปิดสูง แท่งเทียนจะเป็นสีเขียวเป็นวิ่งขึ้นจากล่างขึ้นบน
  • แนวรับแนวต้านเป็นแนวที่แนวมีความสำคัญกับราคาที่เคลื่อนที่ผ่าน จะสัมพันธ์กับ volume ถ้าจำนวน volume มากเมื่อราคาเคลื่อนที่มาถึงแนวต้านก็อาจะย่อไม่ลึกแล้วผ่านไปได้ ถ้ายังเคลื่อนที่ไม่ครบคลื่น แต่ถ้า volume น้อยเมื้อกราฟเคลื่อนที่มาถึงก็อาจะมีแรงขายออกมามากกว่าแรงซื้อ กราฟก็จะกลับเป็นขาลง ไม่สามารถขึ้นต่อได้            





เขียนคลื่นอธิบายใน 1 แท่งเทียนและเอาเชื่อมกันเพื่อดูรายละเอียดของการเคลื่อนที่ของของราคาผ่านแนวรับและแนวต้านบวกด้วย volume และเอาแท่งเทียนมากว่า 2 แท่งมารวมกันก็จะเกิดเป็น pattern แบบต่างๆที่เป็นรูปแบบซ้ำๆกัน

  • ในรูปเป็นรูปแท่งเทียนในตำแหน่งจุดกลับตัวเอามาแปลงเป็นกราฟและคลื่นจะได้ตามรูป


แปลงเป็นกราฟได้ตามรูป 2 แท่งเทียน

แท่งเทียนกลับตัวขึ้น + volume




     ⭆










แท่งเทียนกลับตัวลง + volume
แปลงเป็นกราฟและคลื่นใน 2 แท่งเทียน
                       







              ⭆















ดู pattern ของกราฟแล้วหาสัญญาณของการเปลี่ยนแปลง

การเรียงของกราฟ จะเกิดเป็น pattern เมื่อเห็น pattern ที่เกิดและตีความได้ว่าเป็น pattern อะไร รู้จักหรือ ไม่ ถ้ารู้จักก็รอเข้าที่จุดเข้าต่อไป เรียงลำดับองค์ประกอบที่เกิดขึ้นจากกราฟได้ดังนี้

  1. เกิดแรงขายกราฟกลายเป็นขาลง ลงมาชนแนวรับสำคัญของฝั่งซื้อ
  2.  การลงเริ่มสั้นลง และแรงขายเริ่มลดลงหลังจากเกิดแท่ง selling climax
  3. ที่แนวรับของฝั่งซื้อมี แรงซื้อเข้ามาเกิดแท่งเทียวสีฟ้า + volume จำนวนมากเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามีแรงซื้อเข้ามาที่ตำแหน่ง low แสดงว่าแรงซื้อไม่ยอมให้ลงที่แนวรับนี้
  4.  ถ้ากราฟจะเปลี่ยนเป็นขาขึ้นได้ แรงซื้อต้องเข้ามาดันราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และต้องมากว่าแรงขาย แรงขายก็ต้องลดลงเพื่อให้แรงซื้อสามารถดันราคาขึ้นชนแนวต้านแล้วผ่านไปได้เรื่อยๆ
  5. เมื่อชนแนวต้านสำคัญของฝั่งขายแล้ว volume ขายลดลง volume ซื้อเข้ามาแทน ราคาก็วิ่งขึ้นไปติดแนวต้านของฝั่งลง แต่แรงขายที่ขายออกมาลดลงจนไมาสามารเปลี่ยนกราฟให้เป็นขาลงได้ 
  6. เมื่อแรงขายไม่สามารถเปลี่ยนกราฟให้เปลี่ยนขาลงได้ มันเป็นสัญญาณ บ่งบอกว่ากราฟได้เริ่มเปลี่ยนเป็นขาขึ้นแล้ว เพราะ low เริ่มยกขึ้น และเมื่อมีแรงขายออกมา ก็ไม่ลงมาที่ low เดิม มันก็จะเริ่มสร้างเทรนขาขึ้นต่อไป

ภาพ Pattern กลุ่มแท่งเทียนในตำแหน่งจุดกลับตัว  


รายละเอียดของจุดกลับตัวจากการอ่าน pattern ของแท่งเทียน



เมื่อเอาแท่งเทียนมารวมกันก็จะเกิดเป็น pattern ต่างๆตามแรงซื้อและแรงขายที่เคลื่อนที่ผ่านแนวต้านและแนวรับ บวกกับ volume ซื้อและขายก็จะเกิดเป็นการเคลื่อนที่ของกราฟ   ภาพที่เกิดขึ้นก็จะเอามาดูเพื่อหาจุดเชื่อมโยงและหาจุดกลับตัวของกราฟในตำแหน่งต่างๆ



ส่วนประกอบของกราฟ day


ส่วนประกอบในกราฟ Week


รายละเอียดของแรงซื้อและแรงขาย บวกแนวรับแนวต้าน และการไล่ราคาขึ้น และขายลงในกราฟ โดยแบ่งออกเป็น cycle 4 cycle ตามรูป

เงื่อนไขของกราฟขาขึ้น
  • แรงซื้อต้องมากกว่าแรงขาย
  • แรงขายต้องน้อยกว่าซื้อ
  • เกิดการยก high ยก low ขึ้น
  • เห็นการสร้างคลื่นขาขึ้นตามแนวรับและการย่อ volume ขายต้องลดลงลงติดแนวรับแล้วเกิดการกลับตัวขึ้นต่อไปเรื่อยๆ
เงือนไขของขาลง
  • ขาลง volume ขายจะมากกว่าซื้อเสมอ
  • แรงซื้อจะต้องน้อยกว่าขาย
  • ลงติดแนวต้านก็จะออก sideway แล้วลงต่อเกิด high ต่ำลง low ต่ำลง
  • จะเห็น volume selling climax ออกมาที่บริเวณแนวรับที่มี supply เพียงพอที่จะกลับตัวได้ 


cycle ขึ้นและลง + volume ซื้อและขาย + แนวรับและแนวต้าน



วันพุธ, มกราคม 03, 2561

เข้าใจธรรมชาติของกราฟก่อนเทรด


กราฟของ Wyckoff Logic


อธิบาย cycle ของกราฟหุ้นได้ดีแต่ยังไม่ละเอียดพอที่เอามาเทรดตามได้ ต้องลงลึกในรายละเอียดในแต่ละช่วงลงไปอีก

อธิบายช่วง accumulation
ช่วงกลับตัว

หาจุดที่เป็น selling climax ให้เจอแล้วดู volume ซื้อและขายประกอบที่จุดกลับตัว ถ้าองค์ประกอบครบก็มีโอกาสที่จะกลับตัวได้สูง
  1.  volume ซื้อต้องมากกว่าขายเสมอ โดยที่เมื่อผ่านช่วงของ selling แล้ว volume ขาย ต้องลดลง volume ต้องเริ่มกลับมาและมากกว่าขายที่จุดกลับตัว
  2. เห็น double bottom ที่จุดกลับตัวเสมอ
  3. เมื่อผ่านช่วงกราฟที่เป็น double ไปแล้วกราฟต้องเริ่มยก low ยก high ขึ้นไปที่แนวต้านตามทฤษฎี down ไม่อย่างไงจะไม่เกิดการกลับตัว
  4. ใช้กราฟ day ในการหาแนวรับแนวต้าสำคัญของจุดกลับตัว






การกลับตัวต้องเห็นการยก high ยก low เกิดขึ้นเสมอ






องค์ประกอบของจุดกลับตัว





Elliott wave

ฉบับภาษาอังกฤษ

ฉบับภาษไทย


 ช่วงเลือกทางออกจากฐาน
  •  กราฟเป็นเบื้องหน้าที่เราเห็นกันโดยทั่วไป แต่เบื้องหลังของ  กราฟก็คือเงินจำนวนมากที่สู้กันระ     หว่งแรงซื้อและขาย ถ้าฝ่ายไหนชนะราคาก็จะวิง่ไปฝั่งนั้น ถ้าฝั่งซื้อชนะเราเรียกว่า เทรนขาขึ้น ถ้า ฝั่งลงชนะเก็เรียกว่า เทรนขาลงนั้นเอง และถ้าแรงซื้อและแรงขายมีจำนวนเท่าๆกัน ราคาก็จะออก  ด้านข้างที่เรียกว่า side way
ช่วงวิ่งเป็นเทรนขาขึ้น
  • เทรนขาขึ้นก็มีการสร้างฐานซะก่อนการวิ่งขึ้นไปยาวๆ จะมีจุดที่เมื่อผ่านจุดนี้ไปแล้วก็จะเป็นเทรนอย่างชัดเจน จุดนี้เรียกว่า brake out เมื่อผ่านไปได้ก็จะมี volume ของฝั่งซื้อมากกว่าฝั่งขาย ราคาวิ่งขึ้นอย่างเร็วและแรง จะมีแท่งเทียนที่เป็นแท่งยาวพร้อม volume ต่อกันขึ้นกันเมื่อราคาขึ้นมาได้สักพัก ก็จะมีการย่อตัวลงที่เรียกว่า “พักฐาน”จุดนี้ถ้าราคาจะไปต่อก็จะสร้างฐานให้เห็นก่อนแล้วก็วิ่งขึ้นไปทะลุแนวต้าน สำคัญเป็นเทรนใหม่ เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดแรง และการขึ้นรอบต่อๆไปจะเห็นจำนวนแท่งเทียนเริ่มน้อยลง และ volume ก็เริ่มลดลงตามด้วย พร้องเริ่มมีแท่งขายจำนวนมากขึ้น ยิ่งขึ้นมาสูงก็จะจะมีแท่งขายมากขึ้นตามการขึ้นในแต่ละครั้ง
ช่วงเปลี่ยนจากขาขึ้นเป็นขาลง
  • เมื่อราคาขึ้นไปถึงจุดที่แรงซื้อเริ่มน้อยลง แรงขายเริ่มมากขึ้นก็จะเห็น กรอบราคา side way ออกข้างไประยะหนึ่งช่วงท้ายของ sw จะเห็นอาการขึ้นไปไม่ไหวมีแรงขายจำนวนมากขายออกมากดราคาหลุดแนวรับสำคัญกลายเป็นจุดเริ่มต้นขาลงเมื่อราคาลงมาที่แนวรับ สำคัญของฝั่งขายก็จะมีแรงซื้อกลับมาเป็นระยะแต่ถ้ายังไม่มากพอ แรงขายที่ยังมีอยู่ก็จะกดราคาหลุดแนวรับลงไปอีกจนกว่าจะมีแนวรับที่แข็งแกร่งมากๆ พร้อมด้วยราคาของฝั่งขายที่เริ่มอ่อนแรงลง volume ก็ลดลงด้วย
    ช่วงของขาลงแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ

  1. จบด้วยลงมาที่แนวรับสำคัญ แรงขายน้อยลง volume ลดลงและมีแรงซื้อกลับจำนวนมากที่          แนวรับดันราคาขึ้นมาด้วยแท่งเทียนที่ยาว พร้อม volume แล้วออก sw
  2. จบด้วยการลงมา 3 ระยะ คือ A,B,C ในมุม Elliott wave แล้วมีแรงขายจำนวนมากออกมา            พร้อม volume แล้วเริ่มมีแรงซื้อกลับแล้วกราฟออก sw
        ช่วง Side way
  • ช่วง sw ราคาจะผันผวนมากราคาจะวิ่งขึ้นๆ ลงๆ ไปมาออกข้างไปเรื่อยๆจนกว่า volume ขายจเริ่ม ลดลงและเริ่มเห็นแรงซื้อมากกว่าแรงขาย ราคาขึ้นมายืนที่แนวต้านและเริ่มจะ brake แนวต้าน      สำคัญ ให้เริ่มจับตาที่จุดนี้เป็นต้นไป ช่วง sw แรกไม่ควรเข้าไปยุ่งเพราะแรงขายยังมีอยู่ ต้องรอให้ แรงซื้อยังไม่ชนะแรงขาย


Diagram โครงสร้าง ของ Elliott wave 3 แบบ
แบบที่ 1

แบบที่ 2

แบบที่ 3